การเติบโตของเมือง เกษตรกรรม และ การปรับตัวของชาวนา: ประสบการณ์จากจังหวัด Iloilo ประเทศฟิลิปปินส์ [1]

Thanapan Laiprakobsup, Ph.D.[2]

บทนำ

ผู้วิจัยและคณะนิสิตระดับปริญญาโทได้เดินทางไปยังจังหวัด Iloilo ประเทศฟิลิปปินส์ระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 พฤษภาคม 2561 เพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับการช่วยเหลือเกษตรกร โครงการช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาล และการปรับตัวของชาวนาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคม ผู้เวิจัยและคณะได้สัมภาษณ์และพูดคุยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหัวข้อดังกล่าวมาหลายสิบปี ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐในทุกระดับตั้งแต่ระดับภูมิภาค จังหวัด และท้องถิ่น ชาวนา ผู้ประกอบการ และประธานสหกรณ์การเกษตร ผู้วิจัยและคณะเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัด Iloilo และเห็นความเปลี่ยนแปลงของเมืองและผู้คน

มารู้จัก Iloilo: ข้อมูลทั่วไปโดยสังเขป

จังหวัด Iloilo ตั้งอยู่ในภูมิภาค “วิสายาสตะวันตก (Western Visayas)” จังหวัดเป็นส่วนหนึ่งของเกาะปาไนย (Panay Island) มีพื้นที่ประมาณ 5,000 ตารางกิโลเมตร (ข้อมูลจากจังหวัด Iloilo, 2018) จังหวัด Iloilo ประกอบด้วย 42 เขตปกครองท้องถิ่น (Municipalities) และ 2 เมือง (Cities) เมืองหลวงของจังหวัดได้แก่ Iloilo city ซึ่งจัดได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเป็นเมืองมากที่สุดพื้นที่หนึ่งของประเทศฟิลิปปินส์ (Province of Iloilo, 2018) Iloilo มีประชากรประมาณ 1.9 ล้านคน Iloilo มีชื่อเล่นว่า “หัวใจแห่งฟิลิปปินส์” เนื่องจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ที่สำคัญมากกว่านั้น ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ทำให้จังหวัด Iloilo (โดยเฉพาะเมืองหลวง) กลายเป็นท่าเรือที่สำคัญท่าเรือหนึ่งของฟิลิปปินส์ตั้งแต่ยุคที่สเปนปกครองจนถึงยุคที่สหรัฐอเมริกาปกครอง ในด้านมรดกทางวัฒนธรรม Iloilo มีวัฒนธรรมดั้งเดิมเป็นของตนเองและมีภาษาท้องถิ่น  (Hiligaynon) ซึ่งต่างจากวัฒนธรรมและภาษากลางของฟิลิปปินส์ “Ilonggos” เป็นชื่อที่เรียกคน Iloilo (Province of Iloilo, 2018) นอกจากนี้ อิทธิพลของสเปนยังปรากฎให้เห็นอยู่ในจังหวัด Iloilo ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์คาทอลิกในเขตเมืองและชนบท ชื่อเสียงเรียงนาม และอาหาร

Iloilo อยู่ในห้วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงมาหลายทศวรรษ เศรษฐกิจของ Iloilo เติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะเศรษฐกิจในเขตเมืองและที่อยู่อาศัย อัตราคนมีงานทำมีมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของกำลังแรงงานทั้งหมด (Province of Iloilo, 2016) ทางด่วนและถนนเพิ่มขึ้นพร้อมกับย่านธุรกิจและย่านการค้าพาณิชย์ การเติบโตทางเศรษฐกิจของ Iloilo เป็นไปตามการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สองปัจจัยสำคัญที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของ Iloilo ปัจจัยที่ 1 Iloilo เป็นศูนย์กลางของสถานีโทรทัศน์ช่อง ABS-CBN ในภูมิภาค Visayas ปัจจัยที่ 2 การเมืองมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ  ตระกูลการเมืองที่สำคัญใน Iloilo สามารถชนะการเลือกตั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและนายกเทศมนตรี ทำให้พวกเขาสามารถดึงทรัพยากรจากส่วนกลางและจัดสรรงบประมาณและโครงการลงทุนสำคัญ ๆ ของรัฐบาลมาสู่ Iloilo อย่างต่อเนื่อง[3]

รูปภาพที่ 1: แผนที่จังหวัด Iloilo ที่มา: Map of World (2018)

 

ในปี 2017 ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 ของผลผลิตมวลรวมประชาชาติของ Iloilo ส่วนภาคบริการคิดเป็นร้อยละ 32 ของผลผลิตมวลรวมประชาชาติของ Iloilo  (Department of Agriculture, 2018) ในขณะที่ ภาคการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 18 ของเศรษฐกิจ Iloilo เท่านั้น (Department of Agriculture, 2018) แรงงานส่วนใหญ่ของ Iloilo อยู่ในภาคบริการและภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ตามลำดับ (ดูตารางที่ 1) โครงสร้างแรงงานของ Iloilo สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจของ Iloilo ได้เป็นอย่างดี

 

ตารางที่ 1: สัดส่วนของแรงงานทั้งหมดตามภาคเศรษฐกิจ

(หน่วย: พัน)

Source: Province of Iloilo (2015)

 

ชีวิตในเขตเมือง: เมือง Iloilo และผู้คน

ซื้อของ เมือง Iloilo ประกอบด้วยเขตเมืองเก่าและย่านธุรกิจใหม่และศูนย์ราชการ (รวมทั้งศูนย์ราชการจังหวัด Iloilo) มหาวิทยาลัย ท่าเรือ และตลาดสดซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเก่า เมือง Iloilo มีความคล้ายคลึงกับเมืองอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยประกอบด้วยย่านคนมีเงินตั้งอยู่ด้านในเขตเมือง ส่วนชุมชนแออัดตั้งอยู่ในเขตท่าเรือและอุตสาหกรรม เราเห็นอิทธิพลของวัฒนธรรมจีนและสเปนในย่านเมืองเก่า ย่านชุมชนชาวจีน (China Town) และโบสถ์คาทอลิกตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า [4] (Jeepney)[5] เป็นการขนส่งสาธารณะหลักของเมือง Iloilo

ในขณะที่ย่านธุรกิจใหม่ประกอบไปด้วยศูนย์กลางธุรกิจ  (ได้แก่ Iloilo Business Park) ศูนย์การประชุม และสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ เราเห็นโรงงานอุตสาหกรรม ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ศูนย์การค้าระดับชุมชน (Community Malls) และซูเปอร์มาร์เก็ต  ผู้คนแน่นขนัดตามศูนย์การค้าและมักจะออกไปทานข้าวนอกบ้านในย่านศูนย์การค้าระดับชุมชน อย่างไรก็ดี การขยายตัวของย่านธุรกิจและศูนย์การค้าทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้น ผลกระทบคือชาวนาขายที่ดินซึ่งเคยเป็นที่นาปลูกข้าวเดิมให้กับกลุ่มทุน

รูปภาพที่ 2: (ซ้าย) ตลาดกลาง เมือง Iloilo (ขวา) โรงเก็บของ ย่านท่าเรือ เมือง Iloilo
ที่มา: ธนพันธ์ ไล่ประกอบทรัพย์ (2561)

รูปภาพที่ 3: (ซ้าย) บ้านสมัยอาณานิคมซึ่งได้รับอิทธิพลจากสเปน ย่าน Maria Clara เมือง Iloilo
(ขวา) ลาน Jaro ย่าน Fajardo เมือง Iloilo ที่มา: ธนพันธ์ ไล่ประกอบทรัพย์ (2561)
รูปภาพที่ 4: (ซ้าย) ย่านธุรกิจใหม่ Iloilo (ขวา) ศูนย์ราชการจังหวัด Iloilo  ที่มา: (ซ้าย) Adrenaline Romance (2560) (ขวา) กันต์ แสงทอง (2561)
รูปภาพที่ 5: (ซ้าย) ศาลาว่าการเมือง Iloilo (ขวา) สำนักงานศุลกากรเมือง Iloilo  ที่มา: กันต์ แสงทอง (2561)

 

ชาวนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรระหว่างประเทศ และความร่วมมือเพื่อการปรับตัวของชาวนา

ผู้วิจัยและคณะได้เยี่ยมเยียนเขตปกครองท้องถิ่น Cabatuan และสัมภาษณ์นายกเทศมนตรี (Mayor) เจ้าหน้าที่ด้านการเกษตร และเกษตรกรของเขตปกครองท้องถิ่นดังกล่าว จากการสัมภาษณ์ ผู้วิจัยพบว่านายกเทศมนตรีและเจ้าหน้าที่ด้านการเกษตรมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการขยายตัวของเมืองกับเขตอุตสาหกรรมในสองแง่มุม ประการที่ 1 การเติบโตของเมืองทำให้พื้นที่การเกษตรลดลง เจ้าหน้าที่ด้านการเกษตรท่านหนึ่งแสดงความกังวล “การเปลี่ยนพื้นที่การเกษตรเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมทำให้เรากังวลเกี่ยวกับภาวะการขาดแคลนอาหาร อุปทานข้าวจะลดลงเพราะพื้นที่นาถูกเปลี่ยนเป็นนิคมอุตสาหกรรม” [6] ประการที่ 2 การขยายตัวของเมืองและอุตสาหกรรมส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมต่อภาคการเกษตรหากรัฐบาลไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะคุณภาพของดินและน้ำเนื่องจากขยะอุตสาหกรรมและมลภาวะ

รูปภาพที่ 6: (ด้านซ้ายบน) ชาวนากำลังไถพื้นที่นาด้วยเครื่องจักร
(ด้านขวาบน) ชาวนากำลังไถนาด้วยควาย
(ล่าง) ชาวนาสีข้าวเปลือกด้วยเครื่องจักร
ที่มา: (ด้านบนซ้ายและขวา) กันต์ แสงทอง (2561) (ล่าง) ธนพันธ์ ไล่ประกอบทรัพย์ (2561)

ท่ามกลางการขยายตัวของเมืองและอุตสาหกรรม รัฐบาลระดับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรระหว่างประเทศพยายามช่วยเหลือเกษตรกรในการปรับตัวด้วยการปรับเปลี่ยนนโยบายและการวิจัย รัฐบาลระดับจังหวัดสนับสนุนเกษตรกรให้ทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น เช่น การส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ (ข้าวดำ) ในขณะที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินโครงการ “ตลาดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์” ทุกสัปดาห์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการขายสินค้าของตน [7] องค์กรระหว่างประเทศมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านการวิจัยพันธุ์ข้าว ระหว่างการเดินทางในพื้นที่นาน้ำฝน (Rainfed Area) ในเขต Cabatuan ผู้วิจัยพบว่าสถาบันวิจัยข้างนานาชาติ (the International Rice Research Institute: IRRI) ได้ทำการทดลองพันธุ์ข้าวที่มีความทนทานต่อศัตรูพืชและความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ อีกตัวอย่างหนึ่งของบทบาทขององค์กรระหว่างประเทศได้แก่การช่วยเหลือทางเทคโนโลยีการแปรรูป องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งเกาหลี (The Korean International Cooperation Agency: KOICA) ได้ช่วยเหลือรัฐบาลฟิลิปปินส์โดยการจัดตั้ง “โรงสีข้าว (Rice Processing Complex)” โดยให้สหกรณ์ชาวนา (Farmers’ Cooperatives) ในเขตปกครองท้องถิ่น Pototan เป็นผู้บริหารจัดการ โดยโรงสีข้าวแห่งนี้เป็นโรงสีข้าวที่มีกำลังการผลิตใหญ่ที่สุดในภูมิภาค Visayas[8]

รูปภาพที่ 7: (ซ้าย) ข้าวดำออร์แกนิค (ขวา) การทดลองพันธุ์ข้าวในเขตปกครองท้องถิ่น Cabatuan โดย IRRI ที่มา: กันต์ แสงทอง (2561)

 

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

สำหรับหน่วยงานภาครัฐ

  • ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐในทุกระดับ
  • การสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง เช่น การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานชลประทานหรือถนน
  • การสนับสนุนจากรัฐบาลส่วนภูมิภาค เช่น โครงการอบรมที่เป็นรูปธรรมและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ หรือเทคโนโลยีการผลิต
  • ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในท้องถิ่น
  • การมีส่วนร่วมจากเกษตรกร
  • การสนับสนุนให้เกิดสานเสวนาด้านนโยบาย (Policy Dialogue) ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจเอกชน ชาวนา และองค์กรระหว่างประเทศ

สำหรับภาคเอกชน

  • การลงทุนในสินค้าเกษตรอินทรีย์
  • การถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร
  • การสร้างตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้า

 


[1] บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยชื่อ “ผลกระทบของเมืองต่อเกษตรกรและการปรับตัวของเกษตรกรเพื่อชุมชนเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่” ภายใต้โครงการวิจัย “เมืองอาเซียนในช่วงการเปลี่ยนผ่าน: สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่” โครงการวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนโดยกองทุนรัชดาภิเษกสมโภช จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ความคิดเห็นในบทความนี้ไม่ได้สะท้อนความเห็นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คลัสเตอร์อาเซียน หรือผู้ที่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างไร ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นของผู้เขียนทั้งหมด

[2] ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

[3] ความเห็นจากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2561 จังหวัด Iloilo ประเทศฟิลิปปินส์

[4] ย่านชุมชนชาวจีนใน Iloilo จัดว่าเป็นย่านชุมชนชาวจีนที่เก่าแก่เป็นอันดับที่สองของประเทศฟิลิปปินส์

[5] จี๊ปนี่ย์เป็นยี่ห้อรถ “จี๊ป” ซึ่งถูกดัดแปลงตัวถังรถให้สามารถบรรทุกคนได้หลายคนจึงกลายเป็นขนส่งสาธารณะที่สำคัญของคนฟิลิปปินส์ในเขตเมือง

[6] สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ด้านการเกษตรท้องถิ่น วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 Iloilo ฟิลิปปินส์

[7] สัมภาษณ์นายกเทศมนตรีเขตปกครองท้องถิ่น Cabatuan วันที่ 24

[8] สัมภาษณ์ผู้จัดการโรงสีข้าวสหกรณ์แห่ง Pototan on May 25th, 2018 the Philippines

 

บรรณานุกรม

Map of World. (2018). “Iloilo Map”,

https://www.google.com/search?q=map+of+world+iloilo&safe=active&tbm=isch&source=iu&ictx=1&fir=gWUbzADoFX_PM%253A%252Cq4xUWAf7os1b4M%252C_&usg=__9Za8ESz_Magb50MYLMLe7qfv9hA%3D&sa=X&ved=0ahUKEwiq7NHpltjbAhWTXn0KHazhBiAQ9QEIKDAA#imgrc=-gWUbzADoFX_PM:, Accessed on June 13th, 2018.

Province of Iloilo. (2015). Annual provincial profile. Iloilo, the Philippines: Provincial Planning and Development Office, the Province of Iloilo.

Province of Iloilo. (2016). Annual provincial profile. Iloilo, the Philippines: Provincial Planning and Development Office, the Province of Iloilo.

Province of Iloilo. (2018). “About Iloilo”, http://iloilo.gov.ph/about-iloilo, Accessed on June 18th, 2018.

Be First to Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *