ความผันเปลี่ยนบนดอยไตแลง

 

ดอยไตแลงคือสถานที่ที่มีภาพจำอยู่หลายแบบ ทั้งในแง่มุมของการเป็นฐานกำลังของกองทัพกู้ชาติไทใหญ่ เป็นแหล่งกบดานของขบวนการค้ายาเสพติด และที่เปลี่ยนไปอย่างมากคือระยะหลังกลับกลายเป็นที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมไปเสียแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาความเปลี่ยนแปลงของดอยไตแลงเกี่ยวพันกันอยู่กับการต่อรองทางการเมืองอย่างแยกไม่ได้ ทว่าการพัฒนาจากพื้นที่ความรุนแรงกลายเป็นชุมชนที่ปลอดภัยและเปิดรับสืบเนื่องมาจากทัศนคติที่เปลี่ยนไปในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพจากการใช้กำลังสู่การพูดคุยระหว่างฝ่ายรัฐบาลเมียร์ม่าและผู้นำกองกำลังรัฐฉาน ซึ่งแม้ยังไม่ได้ข้อสรุปทางการเมืองว่ารัฐฉานจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ความเปลี่ยนแปลงบนดอยไตแลงก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้และเป็นผลลัพท์ที่ดีกว่าที่ผ่านมา

เส้นทางความขัดแย้ง

สงครามและความขัดแย้งเริ่มต้นจากเหตุการฉีก “สนธิสัญญาปางโหลง” เมื่อปี พ.ศ. 2490 กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ได้ร่วมกันจัดทำสัญญาฉบับนี้ขึ้เพื่อจัดตั้งสหภาพพม่าหลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษ โดยมีนายพลอู อองซาน บิดานางอองซาน ซูจี เป็นทัวแทนฝ่ายพม่าเข้าร่วมลงนาม แต่หลังจากนายพลอู อองซาน ถูกลอบสังหารทางการพม่าก็ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง การสู้รบเพื่อเรียกร้องอธิปไตยและคำสัญญาระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์และรัฐบาลกลางพม่าจึงได้ปะทุขึ้น ดอยไตแลงซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในเขตรัฐฉานประเทศเมียร์ม่า ตรงข้ามกับ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอนของไทยการเดินทางจากไทยขึ้นสู่ดอยนั้นง่ายกว่าจากทางเมียร์ม่าอยู่มาก จึงเป็นเหตุที่ดอยไตแลงถูกเลือกเป็นฐานที่มั่นของกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่แห่งรัฐฉาน (Shan State Army – SAA) และ สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) หรือกองทัพรัฐฉานใต้เพราะกองทัพพม่าเข้าถึงได้ยากและหากเกิดเหตุร้ายชาวไทใหญ่ก็สามารถหนีเข้าเขตประเทศไทยได้ง่ายที่สุด

การสู้รบดำเนินมาเป็นเวลาหลายทศวรรษและค่าใช้จ่ายจากสงครามเป็นเหตุที่ทำให้ขุนส่าอดีตผู้นำกองกำลังกู้ชาติยกขึ้นมาอ้างเพื่อผลิตและขายยาเสพติดจนเกิดผลกระทบไปทั่วโลก  ท้ายที่สุดขุนส่ายอมมอบตัวกับรัฐบาลในปี พ.ศ. 2539 และพลโทเจ้ายอดศึกขึ้นมาเป็นผู้นำกองกำลังคนใหม่แทน และยังสู้รบกับรัฐบาลกลางอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2542 เขาประกาศปราบปรามกวาดล้างยาเสพติดอย่างจริงจังและเห็นผลลัพท์อย่างชัดเจน และเจ้ายอดศึกได้นำประเด็นเรื่องการกวาดล้างยาเสพติดมาเป็นข้อต่อรองกับทางการพม่า กระทั่งในปี พ.ศ. 2554 รัฐบาลได้มีความพยายามในการพูดคุยกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ และได้มีการทำสัญญาหยุดยิงในปี พ.ศ. 2558 ความดุเดือดระหว่างรัฐฉานกับพม่าเริ่มลดน้อยลง ถัดจากนั้นหลังจากพรรค NLD ขึ้นมาปกครองการเปิดพื้นที่เพื่อพูดคุยจึงมีกมากขึ้น มีการหยิบสัญญาปางโหลงขึ้นมาพูดคุยอีกครั้งในปี 2560 เรียกว่า “ปางโหลงศตวรรษที่ 21”  ความหวังที่จะมีความเปลี่ยนแปลงก็มากขึ้นเป็นลำดับ

แนวทางใหม่

ชาวไทใหญ่ถือเอาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ซึ่งเป็นวันที่สนธิสัญญาปางโหลงได้กำเนิดขึ้นเมื่อ 71 ปีก่อนเป็นวันชาติ นับแต่นั้นมางานเฉลิมฉลองวันชาติจึงได้มีการจัดขึ้นบนดอยไตแลงแทบทุกปี โดยมีเป้าประสงค์เพื่อแสดงแสงยานุภาพ สร้างขวัญกำลังใจและสร้างความเป็นเอกภาพให้แก่คนไทใหญ่ หากแต่ในช่วงระยะเวลา 70 กว่าปีที่ผ่านมาการต่อสู้ของรัฐฉานไม่ค่อยคืบหน้า เพราะคนไทใหญ่กระจายไปอยู่ตามที่ต่างๆ ทำให้การขับเคลื่อนกลไกแห่งรัฐขาดความเป็นเอกภาพ (สมฤทธิ์ ลือชัย:2561) ในงานวันชาติครั้งที่ 70 เมื่อปี พ.ศ. 2560 จึงมีทิศทางที่เปลี่ยนไป โดยเป็นปีแรกที่ไม่มีการนำเสนออาวุธในการสวนสนามเพื่อสื่อถึงสันติวิธีอันเป็นแนวทางใหม่ และสิ่งที่พลโทเจ้ายอดศึกต้องการนำเสนอมากกว่าคือวัฒนธรรมประเพณี อันนำมาซึ่งนโยบาย “วัฒนธรรมนำชาติ” ที่เชื่อว่าเป็นเครื่องมือที่ดีกว่าการทำสงคราม เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความภูมิใจในอัตลักษณ์ และดึงดูดใจชาวไทใหญ่ให้รู้สึกถึงความเป็นชาติทำมีความเป็นเอกภาพในกระบวนการกอบกู้ชาติเพิ่มขึ้น ภายในงานจึงเต็มไปด้วยร้านขายของทำมือที่เป็นสินค้าทางวัฒนธรรม การขายชุดประจำชาติให้แก่นักท่องเที่ยว การละเล่นพื้นถิ่น เช่นฟ้อนโต และ การเล่นรำวง ซึ่งจะมีเฉพาะงานบุญก็มีการนำมาแสดงมากขึ้นในงานสำคัญต่างๆ

การฟ้อนนก ฟ้อนโต Image source:http://watpapao.org

งานวันชาติบนดอยไตแลงในปัจจุบันจึงไม่ใช่งานสำหรับคนไทใหญ่เท่านั้น แต่เป็นเทศกาลที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวและเปิดกว้างต่อโลกภายนอก เนื่องจากวันนี้ยังเป็นวันเดียวที่สื่อจากนานาชาติจะสามารถเข้ามาเก็บภาพบรรยากาศและสัมภาษณ์ทั้งเจ้ายอดศึกและผู้คนภายในได้อย่างเต็มที่ การอาศัยสื่อในการประชาสัมพันธ์จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญ เพื่อสื่อสารกับคนภายนอกให้ได้ทราบถึงเรื่องราวของชาวไทใหญ่และได้เห็นว่ารัฐฉานนั้นได้รับการยอมรับจากนานาชาติด้วยการเชิญคนจากองค์กรต่างชาติและฑูตจากหลายประเทศจากเมืองย่างกุ้งมาร่วมงาน รวมทั้งสื่อยังช่วยแพร่ข่าวสารจากบ้านเกิดไปยังชาวไทใหญ่โพ้นทะเลเพื่อให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและกระตุ้นแรงสนับสนุนจากคนร่วมชาติของพวกเขา

แต่ความพยายามที่จะพัฒนาพื้นที่ที่เคยเต็มไปด้วยเรื่องราวของการสู้รบและยาเสพติดไปสูพื้นที่ทางวัฒนธรรมนั้นไม่ได้จบเพียงการนำเสนอตัวตนในงานวันชาติเท่านั้น เจ้ายอดศึกยังต้องการพัฒนาพื้นที่บนดอยให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบยั่งยืนและไม่ทำลายธรรชาติ เพื่อต้องการให้ผู้มาเยือนไปสัมผัสกับธรรมชาติและประเพณีที่สวยงามบนดอยไตแลงจึงมีทั้ง รีสอร์ท โรงแรมขนาดย่อม หรือกระทั่งโฮมสเตย์ และบางครั้งก็จะมีการแสดงทางวัฒนธรรม เช่น การฟ้อนแบบไทใหญ่ เพื่อต้อนรับผู้มาเยือนอีกด้วย

ดอยไตแลงได้พัฒนากลายเป็นชุมชน ที่มีทั้ง โรงเรียน สถานพยาบาล ร้านค้า ร้านอาหาร สนามกีฬา และพิพิธภัณฑ์ของชาวไทใหญ่ และมีแผนจะพัฒนาต่อไป ทั้งด้านการศึกษาและการแพทย์ ปัจจุบันดอยไตแลงมีคลินิกอยู่ 4 แห่งที่ดำเนินการโดยแพทย์และพยาบาลชาวไทใหญ่เอง ด้านการศึกษาโรงเรียนเชื้อชาติดอยไตแลง เป็นโรงเรียนที่สามารถสอนภาษาไทใหญ่และสอนเกี่ยวกับวัฒนธรรมของไทใหญ่ได้ ต่างจากส่วนอื่นของฉานที่ยังมีการควบคุมจากพม่าอยู่ ซึ่งปัจจุบันถึงแม้จะมีเพียงโรงเรียนเดียวแต่ก็มีการขอความร่วมมือจากฝั่งประเทศไทยเพื่อสร้างวิทยาลัยการอาชีพและพัฒนาด้านการศึกษาบนดอยไตแลงต่อไป  ทั้งนี้แม้จะมีแผนสำหรับการพัฒนาอยู่มาก แต่ดอยแห่งนี้ยังขาดเงินทุนสนับสนุนและขาดสิ่งอำนวยวามสะดวกหลายอย่าง เงินบริจาคทั้งจากต่างชาติและคนไทใหญ่โพ้นทะเลจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนา

ความฝันที่ยังมีอุปสรรค

แม้จะฟังดูดีแต่นี่ยังไม่ใช่ปลายทางของความฝัน ความขัดแย้งยังมีอยู่และมีการละเมิดข้อตกลงการหยุดยิงจากหลายฝ่าย ถึงแม้รัฐบาลใหม่ของนางออง ซานซูจีดูจะเปรียบเสมือนความหวังใหม่แต่ความรุนแรงของเมียร์ม่ายังเป็นที่น่าจับตามองจากนานาชาติ  มีคำกล่าวจากนายทหารระดับสูงของกองกำลังฉานว่าความก้าวหน้าที่เห็นเป็นเพียงการตบตาต่างชาติของรัฐบาลเมียร์ม่าเท่านั้น (รัฐฉาน มาตุภูมิไทใหญ่ | 24 ก.พ. 61 | Spring Reports) รวมทั้งการไม่ยอมลงนามในข้อตกลงหยุดยิงจากกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ทำให้สันติภาพบนผืนแผ่นดินเมียร์ม่าน่าจะยังเป็สิ่งที่ห่างไกล

แต่กระนั้นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนดอยไตแลงก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของแนวทางใหม่ๆ หลังจากทุกฝ่ายใช้วิธีการเดิมมา 70 ปีและแสดงให้เห้นแล้วว่าความรุนแรงไม่เคยให้ผลลัพท์ใดใดที่ก้าวหน้าไปจากจุดเริ่มเลยแม้แต่น้อย การยอมลงนามในข้อตกลงหยุดยิงของฝ่ายกองทัพรัฐฉานใต้ และการสวนสนามวันชาติแบบไร้อาวุธ เหล่านี้เป็นความยืดหยุ่นที่แสดงออกถึงความ “ไว้ใจ”  ที่พร้อมจะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีที่สันติมากขึ้นอันเป็นประกายเล็กๆ ที่ทำให้ดอยไตแลงค่อยๆ เปลี่ยนแปลงมาเป็นอย่างที่เป็น ความไว้ใจที่แม้จะไม่ได้มีให้กันอย่างเต็มร้อย แม้ในการเจรจาก็ยังมีการชิงไหวชิงพริบอยู่มากเพราะทุกฝ่ายไม่ต้องการเสียผลประโยชน์ของตนเองไป (สมฤทธิ์ ลือชัย:2560) และแม้ปัจจุบันดอยไตแลงจะยังคงสถานะเป็นฐานที่มั่นของกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ แต่การเปิดพื้นที่พูดคุยก็ยังคงเป็นแนวทางที่ดีที่สุด สำหรับเจ้ายอดศึกประชาธิปไตยและการฟังเสียงประชาชนยังคงเป็นคำตอบ

“โลกเราเปลี่ยงแปลงไปกว่าแต่ก่อน ความมั่นคงจะต้องอยู่ที่ประชาชน ต้องฟังเสียงประชาชนเท่านั้น เพราะผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าประชาชนเกลียดทหาร” (เจ้ายอดศึก:2559.บทสัมภาษณ์จากนิตยาสารGQ Thailand)

 

ภาพปก Image source: Ride Asia Motorcycle Forum

อ้างอิงจาก

กระปุกดอทคอม.(5 มกราคม 2555).เยือนดอยไตแลง สัมผัสความงามของขุนเขา.จากhttps://travel.kapook.com/view35815.html

บีบีซีไทย – BBC Thai. (9 ตุลาคม 2558).ผู้นำกองทัพรัฐฉานจะร่วมลงนามสัญญาหยุดยิงทั่วประเทศกับรัฐบาลเมียนมาร์.จากhttps://www.facebook.com/BBCThai/photos/a.1527194487501586.1073741828.1526071940947174/1703021493252217/?type=1&theater

วินัย ดิษฐจร.( 11 กรกฎาคม 2559).บุกดอยไตแลง กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ หลังอองซานซูจีเรียกประชุมครั้งประวัติศาสตร์.GQ Thailand.จาก http://www.gqthailand.com/life/article/dot-tai-lang

มติชนออนไลน์.(7 กุมภาพันธ์ 2560).วันชาติไทใหญ่ ตัวแทนทูตจีน-ตะวันตกร่วมเพียบ สวนสนาม”ไร้อาวุธ”อ.รัฐศาสตร์ชี้”มีนัยยะสำคัญ”แนะจับตา28 ก.พ.จากhttps://www.matichon.co.th/news/454711

แม่สาย ทูเดย์.(9 กุมภาพันธ์ 2560).การเดินทางตะลุยท่องเที่ยวดินแดนรัฐฉาน…….บนดอยไตยแลง…….ในวันชาติไทยใหญ่.จาก http://www.maesaitodayonline.com/2225

Spring Reports.(26 กุมภาพันธ์ 2560).7 ทศวรรษรัฐฉาน กระบวนการขับเคลื่อนสันติภาพ.จาก https://www.youtube.com/watch?v=5iwaZVXThgs

สำนักข่าวชายขอบ.(1 มีนาคม 2560).กลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่ลงนามหยุดยิงชี้ กระบวนการสันติภาพในพม่าล้มเหลว สัญญาหยุดยิง NCA ยิ่งเติมเชื้อไฟความขัดแย้ง เตรียมให้ว้านำเจรจาการเมืองกับรัฐบาล NLD โดยตรง.จากhttp://transbordernews.in.th/home/?p=16247

TNN 24.(13 ก.พ. 2561).โรงเรียนเชื้อชาติดอยไตแลงกับอนาคตเด็กไทใหญ่.จากhttps://www.youtube.com/watch?v=KgXVV6pS3Jg

TNN 24.(14 ก.พ. 2561).วันชาติไทใหญ่กับวัฒนธรรมที่ไม่มีวันสาบสูญ.จากhttps://www.youtube.com/watch?v=pFK0d0O2_kg&t=206s

Spring Reports.( 24 ก.พ. 2561).รัฐฉาน มาตุภูมิไทใหญ่.จาก https://www.youtube.com/watch?v=h_W4OjqhHiE&t=214s

Bangkok post.(19 Feb 2017). The path of resistance- After decades of armed conflict, the Shan people still show a spirit of steadfast resiliency on their 70th National Day. https://www.pressreader.com/thailand/bangkok-post/20170219/282664687150481

amnesty international.(14 June 2017). Myanmar: Ethnic minorities face range of violations including war crimes in northern conflict. https://www.amnesty.org/en/latest/news/2017/06/myanmar-ethnic-minorities-face-violations-in-northern-conflict/

Joshua Kurlantzick.( January 19, 2018). The Rakhine State Crisis—and Myanmar’s Other Severe Problems.COUNCIL ON FOREIGN RELATIONS. https://www.cfr.org/blog/rakhine-state-crisis-and-myanmars-other-severe-problems

Mark Inkey.( 17 February 2018). Behind the scenes of Shan National Day at Loi Tai Leng. Mizzima. http://www.mizzima.com/news-features/behind-scenes-shan-national-day-loi-tai-leng

Be First to Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *