เมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City: LCC)

โดย    คณะวิจัยโครงการการพัฒนารูปแบบการดำรงชีวิตคาร์บอนต่ำในอาเซียน

        สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปัจจุบันนานาประเทศได้ตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ อันเนื่องมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ (Anthropogenic Greenhouse Gas Emission) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ เพื่อเป็นแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงเกิดแนวคิดในการสร้าง “สังคมคาร์บอนต่ำ” (Low-carbon Society) และจากแนวคิดดังกล่าวได้นำไปสู่การจัดการระดับพื้นที่ (Area-based) หรือที่เรียกว่า “เมืองคาร์บอนต่ำ” (Low-carbon City) กล่าวคือเป็นการจัดการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเมืองใดเมืองหนึ่งจากฐานเดิมที่ไม่เคยมีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาก่อน การขับเคลื่อนแนวคิดเกี่ยวกับเมืองคาร์บอนต่ำ ได้รับความสนใจจากหลายประเทศทั่วโลก ทั้งจากในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา ทั้งที่มีและไม่มีข้อตกลงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามพันธกรณีของสหประชาชาติตามพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol)[1] โดยในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและเป็นกลุ่มประเทศตามภาคผนวก 1 (Annex I Parties) ของพิธีสารเกียวโต[2] ได้ดำเนินการ ขับเคลื่อนแนวคิดสังคมคาร์บอนต่ำกันอย่างเข้มแข็ง เช่น ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร แคนาดา สหรัฐอเมริกา เยอรมัน กลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป และประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่าง เช่น ประเทศจีน เป็นต้น

ถึงแม้ว่าในหลาย ๆประเทศจะดำเนินการจัดการตามแนวคิดเมืองคาร์บอนต่ำ แต่คำนิยามของเมืองคาร์บอนต่ำยังไม่มีการกำหนดอย่างแน่ชัด และมีคำนิยามที่แตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศ โดยยึดแนวทาง “การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development)” เป็นกรอบในการดำเนินงาน ตัวอย่างเช่น Sustainable City Eco-city Smart City Carbon Neutral City และ Zero Carbon City เป็นต้น อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีคำนิยามที่แตกต่างกันไป แต่ยังคงยึดแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนและมุ่งเป้าหมายเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ในเขตพื้นที่เมืองเป็นกรอบในการดำเนินงานที่เหมือนกัน

การขับเคลื่อนแนวคิดเมืองคาร์บอนต่ำได้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในหลายเมืองทั่วโลก และมีการดำเนินการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำในหลาย ๆ ประเทศดังนี้ สหรัฐอเมริกา 1,050 เมือง อินเดีย 40 เมือง จีน 100 เมือง และญี่ปุ่น 83 เมือง (Tan et al., 2015) โดยเมืองต่าง ๆ ในหลาย ๆประเทศมีการดำเนินการพัฒนาเมืองไปสู่เมืองคาร์บอนต่ำด้วยวิธีที่หลากหลาย ตัวอย่างแสดงในตารางที่ 2 และจากข้อมูลรายงาน The C40 Cities Climate Leadership Group (C40) ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือของเมืองใหญ่ต่าง ๆ ของโลก (World’s Megacities) ในการลดก๊าซเรือนกระจก พบว่าร้อยละ 92 ของประเทศในกลุ่ม C40 สามารถดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกได้ในระดับที่สูง (Tan et al., 2017) อีกทั้งยังมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของการดำเนินงานตามมาตรการต่าง ๆ ที่ตั้งไว้ในเมืองนาโกยา (ญี่ปุ่น) เมืองแวกซ์โจ (สวีเดน) และบรัสเซล (เบลเยี่ยม) เป็นต้น ตัวอย่างมาตรการได้แก่

  • การพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับธรรมชาติในพื้นที่โดยการสร้างชุมชนใกล้สถานีรถไฟเพื่อลดการเดินทางของชาวเมืองและส่งเสริมการเดินและ การใช้จักรยานแทนรถยนต์
  • พัฒนาคุณภาพระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยส่งเสริมการสร้างอาคารประหยัดพลังงานและระบบขนส่งมวลชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • จัดหาและใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล และ พลังงานจากขยะ ในการผลิตกระแสไฟฟ้าแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิล
  • การรณรงค์ให้ประชาชนในเมืองสามารถลดการใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิง และเพิ่มการใช้จักรยานในเมืองขึ้น
  • พัฒนาระบบสังคมคาร์บอนต่ำโดยเผยแพร่การมีวิถีชีวิตแบบคาร์บอนต่ำและการทำธุรกิจแบบคาร์บอนต่ำให้มีการปลดปล่อยคาร์บอนให้น้อยที่สุด
  • การปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรในเขตเมืองให้เป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์
  • มีการพัฒนาเมืองให้มีวิถีการบริโภคที่ยั่งยืน เช่น ส่งเสริมให้ชาวเมืองบริโภคอาหารที่มาจากแหล่งผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยัง สนับสนุนให้ประชาชนในเมืองที่มีที่ดินของตนเองปลูกผักสวนครัวแบบ ปลอดสารพิษ เป็นต้น

ตัวชี้วัดเมืองคาร์บอนต่ำ (LCC Indicator) เป็นสิ่งสำคัญในการประเมินความสำเร็จของการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ตามกรอบนโยบายที่วางไว้ จากงานวิจัยของ Tan et al. (2017) ได้ทำการรวบรวม แนะนำเสนอตัวชี้วัดเมืองคาร์บอนต่ำดังแสดงในรูปที่ 1 ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มตัวชี้วัดหลัก 7 กลุ่ม ได้แก่ เศรษฐศาสตร์ (Economy) รูปแบบการใช้พลังงาน (Energy Pattern) การใช้น้ำ (Water) สังคมและวิถีชีวิต (Social and Living) สิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon and Environment) ขยะมูลฝอย (Solid Waste) และระบบขนส่งของเมือง (Urban Mobility) โดยในแต่ละกลุ่มตัวชี้วัดหลักจะประกอบไปด้วยตัวชี้วัดย่อยต่าง ๆ ที่มีหน่วยชี้วัด (Benchmark Value) เพื่อใช้ประเมินการดำเนินงาน

รูปที่ 1 ตัวชี้วัดเมืองคาร์บอนต่ำ (LCC Indicator)  (Tan et al., 2017)

[1] พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ต่อท้ายอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change, UNFCCC) กำหนดพันธกรณีผูกพันต่อประเทศอุตสาหกรรมให้ลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก UNFCCC เป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งมีเป้าหมายเพื่อบรรลุ “เสถียรภาพความเข้มข้นของแก๊สเรือนกระจกในบรรยากาศที่ระดับซึ่งจะป้องกันการรบกวนอันตรายจากน้ำมือมนุษย์กับระบบภูมิอากาศ”

[2] ประเทศในภาคผนวกที่ 1 (Annex I Parties) ได้แก่กลุ่มประเทศอุตสาหกรรม ที่เป็นสมาชิกของ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) ในปีคศ.1992 รวมทั้งประเทศที่มีเศรษฐกิจอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยน (Countries with Economies in Transition: EIT parties) ซึ่งรวมถึงสหพันธรัฐรัสเซีย ประเทศในแถบบัลติก (เอสโทเนีย, ลัตเวีย, และลิทัวเนีย) และอีกหลายประเทศในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก

เอกสารอ้างอิง

Tan, S., Yang, J., Yan, J., Lee, C., Hashim, H., and Chen, B. (2017), “A holistic low carbon city indicator framework for sustainable development”, Applied Energy, Volume 185, Part 2, 1 January 2017, Pages 1919-1930

Tan, S., Yang, J., and Yan, J., (2015), “Development of the Low-carbon City Indicator (LCCI) Framework”, Energy Procedia, Volume 75, August 2015, Pages 2516-2522

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *