ภาคประชาชนสร้างสรรค์แห่งเมืองบันดุง

.

(Photo Credit : http://www.bandungcreative.id)

นงค์ลักษณ์ บัทเลอร์

เมื่อปี 2015 เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้สองเมืองในอาเซียน ได้แก่ เมืองบันดุง (Bandung) ของสาธารณรัฐอินโดนีเซียและนครรัฐสิงคโปร์ของสาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ

บันดุงเป็นเมืองที่สองของประเทศที่ได้รับการประกาศจากยูเนสโก ก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2014 เมืองเปอกาโลงัน (Pekalongan) เป็นเมืองแรกของประเทศที่ยูเนสโกประกาศให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน สำหรับเมืองโซโลและยอกยาการ์ต้าอยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอต่อยูเนสโกเพื่อพิจารณาต่อไป

(Photo Credit : http://www.bandungcreative.id)

Bandung Creative City Forum (BCCF) องค์กรอิสระภาคประชาชนซึ่งขับเคลื่อนแนวคิด “เมืองเปลี่ยนด้วยการสร้างสรรค์ของพวกเรา” มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานเมืองน่าอยู่ เมืองสร้างสรรค์ เมืองอัจฉริยะที่ทุกคนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ เป็นต้นแบบการทำงานภาคประชาชนที่เข้ามาจัดการเมืองให้น่าอยู่และเป็นองค์กรที่นำเสนอเมืองบันดุงต่อยูเนสโก จนได้รับการประกาศให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ

(Dr.Dwinita Larasati)

Dr.Dwinita Larasati (Tita Larasati) ประธานคนปัจจุบันของ BCCF ประธานของ Bandung Creative Economy Committee และอาจารย์สอนของคณะการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแห่ง Institute of Technology Bandung ได้ร่วมงานกับ BCCF ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการขององค์กร และเป็นผู้ที่ทำรายงานเสนอต่อยูเนสโกเพื่อพิจารณารับรองให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ ให้ข้อมูลดังนี้   

(Ridwan Kamil : Photo Credit : http://www.bandungcreative.id)

ย้อนกลับไปก่อนปี 2008 Ridwan Kamil[i] ประธานคนแรกของ BCCF ขณะนั้นเป็นสถาปนิกและอาจารย์สอนด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ Institut Teknologi Bandung (ITB หรือ Institute of Technology Bandung) สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงในด้านการออกแบบของประเทศ เขากับเพื่อนประมาณ 50 คน ประกอบด้วยสถาปนิก นักออกแบบ ศิลปิน นักดนตรี นักสะสมรถจักรยานยนต์โบราณ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คนทำงานด้านไอที และสื่อมวลชน มักนัดรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดการออกแบบสร้างสรรค์เมืองบันดุงให้น่าอยู่ พวกเขาต่างตั้งคำถามกับข้อได้เปรียบของเมืองในด้านทรัพยากรมนุษย์ การศึกษา ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมเก่าแก่ เศรษฐกิจ และอื่นๆ ซึ่งไม่ถูกพัฒนาให้เต็มศักยภาพเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Ridwan กับคณะทำงานใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัว หาผู้สนับสนุน และขอความร่วมมือจากภาครัฐในบางกรณีเท่านั้นไม่ใช่เรื่องงบประมาณทางการเงิน แผนงานเปลี่ยนแปลงบันดุงให้เป็นเมืองน่าอยู่ดำเนินการเป็นรูปธรรมโดยเน้นการปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมือง สวนสาธารณะหลายแห่งกลายเป็นพื้นที่สีเขียวเป็นพื้นที่ของส่วนรวมอย่างแท้จริง จากเดิมที่ถูกปิดตายและถูกทิ้งร้าง ประชาชนได้ร่วมใช้พื้นที่ด้วยกัน มีการปรับปรุงทางเดินเท้าที่สะอาดและปลอดภัย แก้ไขปัญหาน้ำท่วมและมลพิษด้านต่างๆ รวมถึงปัญหาด้านการจราจรติดขัดลดลง

(บริเวณสวนประวัติศาสตร์และสวนหย่อมของเทศบาลเมืองบันดุงพื้นที่ด้านนอกของ Bandung Planning Gallery)

หลังหมดวาระกับ BCCF เขาได้สานต่อโครงการอื่นๆ ที่ดำเนินการโดยภาครัฐเมื่อเข้าดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีของเมืองบันดุง ด้วยแนวคิด “บันดุงเมืองอัจฉริยะ” ซึ่งมีหลายแผนงานที่สะท้อนให้เห็นว่าบทบาทการทำงานของภาคประชาชนที่ BCCF ดำเนินการไว้ก่อนหน้า ได้เป็นต้นแบบให้ภาครัฐนำไปปรับใช้และสร้างสรรค์ต่อโดย Ridwan

ระหว่างดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองบันดุง (2013-2018) ของ Ridwan มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่เป็นรูปธรรมโดยเฉพาะในด้านคุณภาพชีวิตของเมืองและประชาชน มีหอศิลป์อิสระเกิดขึ้นหลายแห่ง เกิดกลุ่มศิลปินอิสระที่ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรม คอมมูนิตี้มอลล์สำหรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ซึ่งเน้นการออกแบบโดยคงสภาพภูมิทัศน์ดั้งเดิมของพื้นที่เอาไว้

เทศบาลเมืองบันดุงจัดสวนหย่อมในพื้นที่ของเทศบาลและมีนิทรรศการกลางแจ้งจัดแสดงประวัติของเมืองและนายกเทศมนตรี การสร้าง Bandung Planning Gallery[ii] เพื่อจัดแสดงผังเมืองและแผนงานเมืองอัจฉริยะเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชน และการเกิดขึ้นของ Bandung Creative Hub[iii] หน่วยงานสังกัดภาครัฐที่มีอาคารทันสมัยเพื่อมุ่งทำงานด้านการออกแบบสร้างสรรค์และมีพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ สำหรับบริการประชาชน

ประธานคนต่อมาของ BCCF คือ Fiki Satari มุ่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้ตระหนักและหวงแหนโครงสร้างพื้นฐานที่ Ridwan วางเอาไว้ จึงเน้นการทำงานเชิงปฏิสัมพันธ์กับประชาชน ส่วนประธานคนปัจจุบัน Dr.Dwinita Larasati (2018-2022) ทำงานสืบเนื่องจากประธานคนก่อนหน้า เพิ่มแผนงานที่ตนมีทักษะและถนัดคือในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ เน้นผู้ประกอบการเพื่อสังคม การสร้างนวัตกรรมให้กับชุมชน ความต่อเนื่องและการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมของ BCCF คือการส่งต่องานจากรุ่นสู่รุ่นของประธาน ทั้งสามคนทำงานตามกรอบทำงานที่ BCCF วางไว้ ขณะเดียวกันก็นำจุดแข็งหรือทักษะที่ตนเองมีมาปรับใช้ในการทำงานให้กับองค์กร

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เมืองบันดุงสร้างสรรค์ได้อย่างยั่งยืนคือระดับการศึกษาโดยเฉลี่ยของประชากรในเมือง และมีสถาบันการศึกษาด้านการออกแบบที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่อย่าง Institut Teknologi Bandung (ITB หรือ Institute of Technology Bandung) ซึ่งจะมีอายุครบ 100 ปีในปี 2020

          Dr.Dwinita Larasati ให้ข้อมูลว่าการเกิดขึ้นของ BCCF ยังเป็นตัวกลางที่ช่วยเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ด้านการออกแบบของนักศึกษาและนักศึกษาเหล่านี้ซึมซับการเรื่องการสร้างสรรค์เมืองผ่านการออกแบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย นักศึกษาเหล่านี้เป็นตัวกลางระหว่างสถาบันการศึกษา BCCF กับคนในชุมชน เพื่อเข้าไปถ่ายทอดและส่งเสริมการออกแบบงานของชุมชนเพื่อให้เกิดรายได้ รวมถึงช่องทางการจำหน่าย ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันและผสมผสานระหว่างงานออกแบบดั้งเดิมกับสมัยใหม่

          โครงการของ BCCF ที่ต้องทำงานร่วมกับชุมชนในเครือข่ายซึ่งอยู่ห่างไกล ประสบปัญหาไม่เป็นไปตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ เพราะประชาชนยังขาดความรู้ด้านเทคโนโลยีและโลกดิจิทัล Dr.Dwinita เล็งเห็นว่าการให้ความรู้ด้านนี้เป็นอีกโจทย์สำคัญที่ต้องผลักดันให้เกิดขึ้น เพื่อให้โครงการเป็นรูปธรรมและประชาชนจะพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กับเทคโนโลยีและโลกดิจิทัล เพื่อให้การเติบโตด้านการออกแบบสร้างสรรค์เกิดขึ้นทั้งในสถาบันการศึกษา และในชุมชนที่มีงานออกแบบแบบท้องถิ่นนิยม ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างดำเนินงานต่างๆ ทำให้คณะทำงานของ BCCF นำมาคิดวิเคราะห์เพื่อหาทางออกต่อไป

          การเกิดขึ้นของ BCCF เป็นภาพสะท้อนการทำงานที่เป็นรูปธรรมของภาคประชาชนสร้างสรรค์ที่ต้องการผลักดันเมืองน่าอยู่ เมืองสร้างสรรค์ เมืองอัจฉริยะ และยังสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจของภาครัฐซึ่งมีข้อจำกัดบางอย่างในการทำงาน จึงกระจายอำนาจให้กับองค์กรอิสระทำงานกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกัน การทำงานของ BCCF ให้สะท้อนให้เห็นว่าจุดแข็งของเมืองๆ หนึ่งควรมีการบริหารจัดการและนำมาสร้างสรรค์ให้ยั่งยืนเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชากรในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่ง BCCF ภาคประชาชนสร้างสรรค์ได้ทำให้เกิดขึ้นแล้วในเมืองบันดุง


[i]Ridwan Kamil ประธาน BCCF (2008-2012) นายกเทศมนตรีเมืองบันดุง (2013-2018) ปัจจุบันเป็นผู้ว่าการชวาตะวันตกซึ่งมีเมืองหลวงที่เมืองบันดุง ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา

[ii] ข้อมูลเพิ่มเติม https://bdgplanninggallery.com/

[iii] ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.bandungcreativehub.id/index.php/en/

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *