พลเมืองโลกในประชาคมอาเซียน: มุมมองคุณภาพระดับอุดมศึกษา

โดย ผศ.ดร.ศรเนตร อารีโสภณพิเชฐ โครงการวิจัย การศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองอาเซียนและพลเมืองโลก

          ปัจจุบันประชาคมอาเซียน (AEC) ได้เข้ามามีบทบาทในทุกมิติทั้งด้าน สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ซึ่งรวมถึงทางด้านการศึกษาในทุกระดับ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนผ่านทางด้านมิติสังคมและการพัฒนาคนที่ต้องมีความหลากหลายและการเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างกัน ทั้งด้านระบบการศึกษา วัฒนธรรมที่มีความหลากหลายบนสังคมพหุวัฒนธรรม และการพัฒนามาตรฐานคุณภาพเพื่อสร้างบรรทัดฐานร่วมกันในการจัดการศึกษาในประชาคมอาเซียน ทั้งนี้ ความเป็นพลเมืองโลกในประชาคมอาเซียนโดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษานั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้กรอบมาตรฐานคุณภาพที่มีการพัฒนาขึ้น เพื่อเป็นกลไกกำกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาการศึกษาร่วมกันระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน ในที่นี้ จะขอกล่าวถึงการพัฒนามาตรฐานร่วมกันในการจัดการการศึกษาระดับอุดมศึกษาใน 3 มิติ ดังนี้

การประกันคุณภาพการศึกษาเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน

การพัฒนามาตรฐานคุณภาพทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาในประชาคมอาเซียน เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของอาเซียนให้สู่ระดับสากล

เพื่อเตรียมความพร้อมพลเมืองอาเซียนให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับที่สามารถเทียบเคียงคุณภาพกับกลุ่มประเทศอื่นๆ ได้ ดังนั้น การพัฒนาพลเมืองโลกที่มีคุณภาพได้นั้น สถาบันอุดมศึกษาต่างๆ จึงจำเป็นต้องตระหนักถึงการผลิตบัณฑิตที่มีมาตรฐานคุณภาพสากล

ซึ่งปัจจุบัน เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (ASEAN University Network: AUN) มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อสร้างมาตรฐานคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มประเทศอาเซียนให้มีมาตรฐานในระดับที่สามารถเทียบเคียงกันได้ เพื่อให้เกิดการยอมรับและสามารถเคลื่อนย้ายนักศึกษาในมิติต่างๆ ได้ (Mobility) และได้มีการจัดทำมาตรฐานคุณภาพในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษามาตั้งแต่ ปี ค.ศ.1998

ซึ่งปัจจุบันมีเกณฑ์การประกันคุณภาพระดับอุดมศึกษาใน 3 ระดับ ได้แก่ (1) ประกันคุณภาพระดับหลักสูตร (2) ระบบประกันคุณภาพภายใน และ (3) ประกันคุณภาพระดับสถาบัน ซึ่งปัจจุบันมี 293 หลักสูตรเข้ารับการประเมินใน 8 ประเทศของอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม  ทั้งนี้ เป็นที่น่าสนใจว่า ประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม มีความตื่นตัวและพยายามปรับหลักสูตรเข้าสู่ระบบสากลมากที่สุด ซึ่งผลการประเมินคุณภาพหลักสูตรนี้โดยหลักการแล้วจะไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ มุ่งเน้นให้แต่ละหลักสูตรมีความเข้าใจในศักยภาพและกลไกการควบคุมคุณภาพขอ หลักสูตรเองว่าอยู่ในระดับใดของเกณฑ์มาตรฐานสากล เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงคุณภาพของหลักสูตรเองในการผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพระดับสากล และกลุ่มให้ความสำคัญรองลงมาคือ ประเทศฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย

ในขณะที่ประเทศไทยเอง อยู่ในกลุ่มที่ยังมีการขับเคลื่อนเรื่องการพัฒนาคุณภาพหลักสูตรระดับสากลค่อนข้างน้อย ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับประเทศ กัมพูชา พม่า และลาว ที่เข้ารับการประเมินโดยผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการประกันคุณภาพ  อย่างไรก็ดี สถานการณ์การขับเคลื่อนการพัฒนาคูณภาพสู่ระดับสากลของไทยก็มีการพัฒนาระบบงานกันอยู่ในหลายสถาบัน อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ เป็นต้น

พัฒนามาตรฐานคุณภาพวิชาชีพอาเซียนและการเคลื่อนย้ายทางการศึกษา

สถานการณ์ของการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีทักษะในอาเซียนนั้น ปัจจุบันประเทศต่างๆ มีความต้องการสูงและมีอัตราการเคลื่อนย้ายภายในอาเซียนขยายตัวขึ้นมาก แรงงานทักษะเหล่านี้จะช่วยผลักดันให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความมั่นคง และเติบโตได้ จากการเผยแพร่ข้อมูลงานวิจัยจากนักวิจัยฟิลิปปินส์ และไทย เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายแรงงาน ซึ่งประเทศฟิลิปปินส์มีการส่งออกแรงงานทักษะจำนวนมากที่สุดในอาเซียน โดยส่วนใหญ่ไปทำงานในอเมริกาและยุโรป หาก MRA ที่ได้ตกลงกันแล้วดำเนินการได้อย่างดีก็คาดว่าจะมีแรงงานฟิลิปปินส์ไหลเข้าอาเซียนเพิ่มขึ้น

ปัจจุบันจึงได้มีการจัดทำข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพอาเซียน (ASEAN Mutual Recognition Arrangements: MRAs) ใน 8 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก สำรวจ บัญชีและการท่องเที่ยว ซึ่งยังมีประเด็นท้าทายของ 8 วิชาชีพ ในการเคลื่อนย้ายแรงงาน ซึ่งประเทศไทยยังมีหลายประเด็นที่เป็นอุปสรรคต่อการเปิดรับการเคลื่อนย้ายแรงงาน เช่น พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าวในส่วนของอาชีพสงวน ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้มานานมากแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางกรมแรงงานกำลังออกพระราชกฤษฎีกาในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคของการเข้ามาทำงานของต่างชาติได้

จากสถานการณ์ดังกล่าว เห็นได้ชัดถึงทิศทากงารเปลี่ยนแปลงของการเข้าสู่สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้ามากระทบต่อการพัฒนาอาชีพ ที่ต้องพัฒนาคนในวิชาชีพเหล่านี้ให้มีศักยภาพและมีความสามารถที่จะแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้  โดย 8 วิชาชีพนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกลไกในการเปลี่ยนผ่านในกรพัฒนาคนและจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต   ในการนี้ วิชาชีพครู เป็นอีกอาชีพหนึ่งอาชีพมีที่มีความตื่นตัวในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน โดยมี SEAMEO Innotech (2010) โดยได้มีการศึกษาถึงจุดเน้นของการพัฒนาสมรรถนะครูทุกประเทศในอาเซียน เพื่อวิเคราะห์สมรรถนะหลักที่ครูพึงมีในระดับสากลมี 5 ด้าน ได้แก่  คุณลักษณะครูมืออาชีพ ทักษะวิชาชีพครู มาตรฐานวิชาชีพครู ความรู้ทางวิชาชีพ และการพัฒนาวิชาชีพและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งนี้ การพัฒนาวิชาชีพครูตามกรอบสมรรถนะอาเซียนนี้จะส่งผลกระทบที่ดีต่อการพัฒนาคุณภาพครู และจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่จะเป็นพลเมืองโลกในประชาคมอาเซียน

นอกจากนี้ ประชาคมอาเซียนยังมีการพัฒนากรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ASEAN Qualification Reference Framework (AQRF) เพื่อการเทียบเคียงคุณวุฒิที่เป็นแกนกลางสำหรับประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยหลักการพัฒนาจะเกิดจากข้อกตลงระหว่างประเทศสมาชิกและหน่วยงานรับเชิญจากต่างประเทศ เพื่อลดช่องว่างเกี่ยวกับบริบททางการศึกษาของแต่ละประเทศที่มีความแตกต่างกันทั้งในระดับคุณวุฒิ ผลลัพธ์การเรียนรู้ ตลอดจนระบบเทียบโอนคุณวุฒิ ทั้งนี้ อาเซียนได้มีการเชื่อมโยงกับภูมิภาคเอเชียนแปซิฟิค ด้วยการเป็นสมาชิกของ Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) และ Asia Pacific Quality Network (APQN) และอีกหลายประเทศในอาเซียนเข้าร่วม APEC Mapping of Qualifications ซึ่งสะท้อนให้เห็นการให้ความสำคัญของอาเซียนในการสนับสนุนแนวคิดกรอบคุณวุฒิระดับภูมิภาค และการพัฒนามาตรฐานคุณวุฒิแห่งชาติในแต่ละประเทศ  (ศูนย์ข้อมูลอาเซียน กระทรวงศึกษาธิการ, 2016)

ประเด็นวิพากษ์การพัฒนาความเป็นพลเมืองโลกระดับอุดมศึกษาในอาเซียน

จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่าในระดับอุดมศึกษาให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพของพลเมืองโลก ผ่านการควบคุมคุณภาพของการผลิตบัณฑิตและการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพระดับอาเซียนให้มีมาตรฐานกลาง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเคลื่อนย้ายคนทางการศึกษาและวิชาชีพในอนาคต เพื่อตอบโจทย์การแข่งขันของประเทศในระดับสากล ซึ่งการพัฒนาความเป็นพลเมืองโลกระดับอุดมศึกษาในประชาคมอาเซียน สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กลไกกำกับคุณภาพการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญขับเคลื่อนความเป็นพลเมืองโลกระดับอุดมศึกษา

แม้ว่าปัจจุบันยังคงมีช่องว่างในการยอมรับมาตรฐานด้านการสอนของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ ด้วยกลไกของการพัฒนาวิชาชีพต่างๆ ตามข้อตกลง รวมถึงวิชาชีพครูนั้น ยังมีมาตรฐานวิชาชีพในระดับชาติที่เข้ามากำกับแต่ละอาชีพซึ่งเป็นข้อบังคับหลักในรายละเอียดค่อนข้างมาก ทำให้การปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานวิชาชีพระดับอาเซียนยังเป็นไปได้ค่อนข้างช้า ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่แต่ละประเทศจะต้องมีการสนับสนุนระดับนโยบายให้เกิดการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของการผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพ เพื่อให้สามารถก้าวจากระดับชาติไปสู่ระดับอาเซียนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

              อย่างไรก็ดี การเตรียมความพร้อมในมิติอื่นๆ ในการพัฒนาพลเมืองโลก นอกจากมิติด้านคุณภาพบัณฑิตนั้น ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ทั้งในด้านการสร้างความเข้าใจในความแตกต่างและความหลากหลายทางวัฒนธรรม  และการสร้างภูมิคุ้มกันในยอมรับต่อการเปลี่ยนผ่านทางสังคมท้องถิ่นไปสู่การเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมของพลเมืองของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่า ประเทศต่างๆ ในอาเซียนได้มีการเตรียมความพร้อมนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาอย่างไรให้มีทักษะสำคัญของพลเมืองโลกควบคู่กับการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เพื่อให้บัณฑิตที่จะก้าวเข้าสู่โลกอนาคตมีความพร้อมและสมรรถนะที่จำเป็นในแต่ละวิชาชีพ

ทั้งนี้ หน่วยงานสำคัญที่ต้องรับผิดชอบในบทบาทนี้คงหนีไม่พ้นสถาบันอุดมศึกษาที่ต้องเร่งสร้างและพัฒนากลไกและระบบต่างๆ ให้มีความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาถึงในปัจจุบัน



รายการอ้างอิง

Wanne Klomla-ied. (2017). ASEAN University Network Quality Assurance (AUN-QA). Office of the Higher Education Commission, Thailand. Available from https://www.slideshare.net/boatcool/aun-qa [2/4/2018]

Venkatraman,Ravi and Rajasekaran. (2018). International Trends in Teacher Competency Research: A Review. In International Journal of Pure and Applied Mathematics. 119 (7). Available by https://acadpubl.eu/jsi/2018-119-7/articles/7c/74.pdf (3 March, 2018).

ศูนย์ข้อมูลอาเซียน, กระทรวงศึกษาธิการ. (2016). กรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ASEAN Qualification Reference Framework (AQRF). อ้างอิงจาก http://asean.sueksa.go.th/2016/07/asean-qualifications-reference-framework/ (3 มีนาคม 2018)

Be First to Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *