อัตลักษณ์อันหลากหลายของศิลปะการแสดงอินเดียในสิงคโปร์: Maya Dance Theatre และ Bhaskar’s Arts Academy

อ. ดร. กฤษณะ พันธุ์เพ็ง

 

 

“สำหรับเรา สารสำคัญกว่ารูปแบบของการแสดง” Kavitha Krishnan นักเต้น ผู้ร่วมก่อตั้ง Maya Dance Theatre และผู้กำกับการแสดงเรื่อง PANCHA-Flowers Don’t Bloom All the Time กล่าวกับเราหลังการซ้อมจบลง[1] เรื่องราวของเหยื่อความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กถูกนำมาร้อยเรียงและนำเสนอผ่านร่างกายที่ได้รับการฝึกฝนจนชำนาญ ในสไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จากการผสมผสานศิลปะการแสดงดั้งเดิมของอินเดียกับศิลปะการแสดงของหลากหลายวัฒนธรรมในเอเชียและการเต้นร่วมสมัย ผลงานสร้างสรรค์ล่าสุดของ Maya Dance Theatre จะเปิดแสดงในเดือนสิงหาคม 2561 นี้ โดย Kavitha ใช้เวลาหลายเดือนในการคิดค้นและฝึกซ้อมร่วมกับผู้สร้างสรรค์ท่าเต้นสองคนและนักเต้นอีกหกคน เพื่อถ่ายทอดความจริงที่ไม่เคยถูกเปิดเผย และความซับซ้อนทางอารมณ์ของผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ด้วยความหวังว่าสังคมจะได้ยินเสียงของพวกเขาและวงจรของความเจ็บปวดจะได้จบลงเสียที[2]

Maya Dance Theatre company อธิบายว่าพวกเขาเป็น trans-cultural contemporary dance company หรือกลุ่มศิลปินเต้นร่วมสมัยที่นำเสนอผลงานที่อยู่เหนือความเป็นวัฒนธรรม พวกเขาได้พัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 เพื่อค้นหาอัตลักษณ์เฉพาะของตัวเองทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล Kavitha เล่าว่าเขาได้พยายามเลี่ยงกับการถูกจัดให้อยู่ในแค่เพียงหมวดหมู่ใดหมวดหมู่หนึ่งของประเภทการแสดง แต่มันเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในการสมัครขอรับทุนสนับสนุนจากรัฐบาล[3] ในฐานะผู้รับทุนประเภท Seed Grant จาก National Arts Council ในปี 2555-2558[4] และผู้ได้รับการสนับสนุนในโครงการ Arts Housing Scheme[5] พวกเขาและผลงานของพวกเขาถูกจัดหมวดหมู่อยู่ภายใต้วัฒนธรรมอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่เชื้อชาติหลักของประชากรสิงคโปร์ ซึ่งประกอบด้วย จีน มาเลย์ อินเดีย และ ยูเรเชีย หรืออื่นๆ (CMIO)

แม้ว่านายกรัฐมนตรี Lee Hsien Loong จะเน้นย้ำว่าอัตลักษณ์ของแต่ละเชื้อชาติทำให้เกิดความหลากหลายในสิงคโปร์ และยืนยันว่าไม่มีเชื้อชาติไหนหรือวัฒนธรรมไหนที่จะถูกบังคับให้ต้องปฏิบัติตามวัฒนธรรมอื่น หรือกลุ่มคนส่วนใหญ่ในสังคม[6] แต่การจัดกลุ่มเชื้อชาติให้อยู่ภายใต้สี่หมวด (CMIO model) ก็ยังถูกนำมาใช้ในนโยบายการปกครองประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2367 (ซึ่งรวมถึงนโยบายในการจัดสรรทุนของ Arts Council ด้วย) ประชากรสิงคโปร์ทุกคนถูกระบุว่าเป็นเชื้อชาติใดในเพียงสี่เชื้อชาติในบัตรประจำตัวประชาชน แม้ว่าในปัจจุบันจะมีเชื้อชาติกลุ่มย่อยที่แตกแขนงออกมาและมีความแตกต่างกันมากมายภายใต้สี่เชื้อชาตินั้น[7]

การถูกจัดหมวดหมู่ให้เป็น “ศิลปะแบบอินเดีย” มีส่วนช่วยให้ Maya Dance Theatre ได้รับทุนจาก Arts Council และได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบของพื้นที่ในการฝึกซ้อมและพัฒนาผลงาน ตามโควตาที่ถูกแบ่งออกเป็นสี่เชื้อชาติอย่างเป็นระบบ แต่การถูกจัดหมวดหมู่นี้ก็ส่งผลในแง่ลบในเชิงความคิดสร้างสรรค์และการสร้างความตระหนักรู้ต่อรูปแบบศิลปะการแสดง จากการสังเกตการณ์ของผู้เขียนระหว่างการซ้อมเรื่อง PANCHA การเคลื่อนไหวของนักเต้นอาจจะทำให้นึกถึงศิลปะการแสดงของอินเดียในบางครั้ง แต่ก็คงไม่สามารถเรียกว่าเป็น “ศิลปะการแสดงของอินเดีย” ได้[8]  ในฐานะศิลปิน Kavitha ตั้งใจที่จะสื่อสารกับผู้ชมด้วยความหวังว่าจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยใช้การผสมผสานรูปแบบการเต้นและการแสดงที่เธอได้เรียนรู้มาตลอดทั้งชีวิตการทำงานเป็นสื่อ อย่างไรก็ตามหาก Maya Dance Theatre เอาตัวออกห่างจาก “วัฒนธรรมอินเดีย” หรือ “ความเป็นอินเดีย” ก็อาจจะทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อการไม่ได้รับการต่อสัญญาทุนจากทางรัฐบาล ดังนั้นพวกเขาจึงต้องยังผลิตผลงานให้สอดคล้องกับภาพของความเป็นอินเดีย ซึ่งก็ทำให้ศิลปินไม่สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ หรือสื่อสารไปยังกลุ่มผู้ชมในวงกว้างที่นอกเหนือจากผู้ชมที่สนใจการแสดงอินเดียได้

Bhaskar’s Arts Academy คืออีกหนึ่งกลุ่มนักแสดงที่ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของวัฒนธรรมอินเดียเช่นกัน แม้ว่าจะแตกต่างจาก Maya Dance Theatre อย่างมากในหลายๆด้าน พวกเขามีวัตถุประสงค์หลักในการสร้างสรรค์ ผลิต นำเสนอ และสนับสนุนการเต้น การเล่นดนตรี และการละครของอินเดีย ปีนี้ Bhaskar’s Arts Academy มีอายุถึง 66 ปีแล้ว และนอกจากจะผลิตการแสดงอย่างสม่ำเสมอ ยังมีโรงเรียนสอนการแสดง (Nrityalaya Aesthetics Society) สตูดิโออัดเสียง (Bhaskar’s Recording House) และนิตยสารของตัวเองชื่อว่า Aesthetics อีกด้วย[9] โดยข้อแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง Bhaskar’s Arts Academy กับ Maya Dance Theatre ก็คือการที่ Bhaskar’s ให้ความสำคัญกับอนุรักษ์รูปแบบการแสดงดั้งเดิมของอินเดีย เช่น Bharatanatyam Kathak และ Kathakali ไปพร้อมๆกับการพัฒนาสไตล์การแสดงของตัวเองที่มีความเป็น Singaporean-Indian dance

 

Bhaskar’s Arts Academy

 

แม้ว่า Bhaskar’s Arts Academy จะได้รับการสนับสนุนจาก National Arts Council เช่นกัน ทั้งในรูปแบบของเงินทุน Major Company Grant และในรูปแบบของการจัดสรรพื้นที่ พวกเขากลับไม่ได้รู้สึกกดดันในลักษณะเดียวกับ Maya Dance Theatre เนื่องจากผลงานของพวกเขาสอดคล้องกับภาพความเป็นอินเดียอย่างเห็นได้ชัดในมุมมองของรัฐบาล ผู้เขียนไม่ได้ต้องการเปรียบเทียบว่าแนวทางของศิลปินกลุ่มไหนดีกว่ากัน ประเด็นที่สำคัญคือเราควรจะปรับความเข้าใจต่อคำว่า ‘diversity’ หรือ “ความหลากหลาย” กันใหม่ในสังคมที่เปลี่ยนผ่านนี้ เพราะมันไม่ใช่เพียงแค่ความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา หรือ สัญชาติ ในขณะที่สิงคโปร์ตั้งเป้าหมายว่าจะสร้างสังคมที่หลากหลายเชื้อชาติศาสนาอยู่ร่วมกันได้ด้วยความเคารพในกันและกัน รัฐบาลสิงคโปร์ต้องระมัดระวังไม่จัดประชากรของตัวเองให้อยู่ในหมวดหมู่ที่พวกเขาไม่รู้สึกสบายใจ ซึ่งการถูกลดทอนให้คนๆหนึ่งถูกจำกัดอยู่ภายใต้เชื้อชาติ หรือประเภทของการแสดงอยางหนึ่งเท่านั้น ยิ่งลดทอนศักยภาพในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่อิสระ ที่กรอบล้อมรอบนั้นถูกทำลายลง

การเปิดรับความหลากหลายและเอื้อให้ความคิดสร้างสรรค์ได้เติบโตอย่างเต็มที่สังคมปัจจุบัน จำเป็นที่จะต้องมีสภาพแวดล้อมที่เปิดรับอัตลักษณ์ที่หลากหลายและความหลากหลายภายในหนึ่งอัตลักษณ์ หน่วยงาน องค์กร และรัฐบาลไม่สามารถที่จะจัดหมวดหมู่ของคนในประเทศเพียงแค่ด้านใดด้านหนึ่ง เช่นเพศ ศาสนา สถานะทางสังคม หรือเชื้อชาติ พวกเขาต้องให้ความใส่ใจในความแตกต่างที่ทับซ้อน ในด้านมุมมอง ความต้องการ โอกาส และข้อจำกัด ที่แต่ละกลุ่มคนมี และประเมินว่าความพยายามในการเปิดรับความหลากหลายนั้น ไม่ได้ทำให้เกิดการปิดกั้นหรือกีดกันเพิ่มมากขึ้นภายในแต่ละกลุ่มย่อยเอง


[1] การสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2561, ประเทศสิงคโปร์

[2] http://www.mayadancetheatre.org/productions/new-productions/pancha-flowers-dont-bloom-all-the-time

[3] การสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2561, ประเทศสิงคโปร์

[4] ทุนของ National Arts Council ของรัฐบาลสิงคโปร์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนโครงการและกิจกรรมสร้างสรรค์ รวมไปถึงการก่อตั้งองค์กรทางศิลปะที่ไม่แสวงหากำไร(https://www.nac.gov.sg/whatwedo/support/funding/seedgrant/overview.html)

[5] โครงการ Arts Housing Scheme เริ่มขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1985 เพื่อจัดสรรพื้นที่ให้กับกลุ่มศิลปินในการพัฒนากิจกรรมและสร้างบรรยากาศทางศิลปะให้กับชุมชนและสังคมโดยรวม (https://www.nac.gov.sg/whatwedo/support/arts-spaces/art-housing-scheme.html#Little-India-Arts-Belt)

[6] https://www.straitstimes.com/politics/singapolitics/pm-whether-chinese-malay-or-indian-a-singaporean-can-spot-a-fellow-citizen

[7] https://observer.news/singapore/singapores-race-based-cmio-model-still-relevant/

[8] การสังเกตการณ์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2561, ประเทศสิงคโปร์.

[9] http://www.bhaskarsartsacademy.com/about-us/history/

Be First to Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *